HSKReadyดาวน์โหลดแอป
ไวยากรณ์

HSK 5 · วลี › วลีตายตัว › รูปแบบสี่พยางค์

โครงสร้างสี่พยางค์ HSK 5: 没A没B (méi A méi B)

โครงสร้างสี่พยางค์ 没A没B เป็นการนำคำพยางค์เดียวสองคำที่มีความหมายเกี่ยวข้องกันมาประกอบกันเพื่อบรรยายสภาพที่ถึงขีดสุด การไร้ซึ่งขอบเขตการยับยั้งชั่งใจ หรือความต่อเนื่องที่ไม่สิ้นสุด โดยมักพบได้บ่อยในภาษาพูดและการเล่าเรื่อง

没 หน่วยคำพยางค์เดียว A 没 หน่วยคำพยางค์เดียว B
ตัวอย่างประโยค

这雨没完没了地下了一个星期,真让人心烦。

Zhè yǔ méi wán méi liǎo de xià le yī ge xīngqī, zhēn ràng rén xīnfán.

ฝนนี้ตกไม่หยุดไม่หย่อนมาหนึ่งสัปดาห์แล้ว น่ารำคาญใจจริงๆ

没完没了 (méi wán méi liǎo) ทำหน้าที่ขยายคำกริยา 下 (ตก) โดยมี 地 เชื่อม เพื่อเน้นย้ำความไม่สิ้นสุดที่ชวนให้หงุดหงิด

ตัวอย่างที่ไม่ถูกต้อง

× 他昨天没休息没睡觉地工作。

Tā zuótiān méi xiūxi méi shuìjiào de gōngzuò.

ความหมายที่ต้องการสื่อ: เมื่อวานนี้เขาทำงานโดยไม่ได้พักไม่ได้นอน

หากต้องการบอกข้อเท็จจริงตรง ๆ ว่า “ไม่ได้พักและไม่ได้นอน” ให้เกริ่นการทำงานก่อนแล้วเชื่อมคำปฏิเสธสองส่วน คือ 他昨天一直工作,没休息,也没睡觉 ส่วน 没日没夜 เป็นสำนวนที่เกี่ยวกับทำงานหามรุ่งหามค่ำ ไม่ใช่คำแทนที่ตรงทุกกรณีเมื่อกล่าวถึงการพักหรือนอน

ตัวอย่างที่แก้ไขแล้ว: 他昨天一直工作,没休息,也没睡觉。

อ่านคำอธิบายและตัวอย่างทั้งหมด

ความหมายและหลักการทำงานของ 没A没B

ในโครงร่างหลักสูตรไวยากรณ์ HSK 5 โครงสร้าง 没A没B (méi A méi B) ถูกจัดอยู่ในหมวดวลีสี่พยางค์ตายตัว (四字格) แทนที่จะเป็นการปฏิเสธสิ่งสองสิ่งแยกกันตามปกติ การซ้ำคำว่า 没 หน้าหน่วยคำพยางค์เดียวสองตัวที่มีความหมายใกล้เคียงกันจะช่วยสร้างคำบรรยายที่เป็นหนึ่งเดียวและเน้นหนักแน่นขึ้น โครงสร้างนี้ใช้ชี้ให้เห็นว่าบางสิ่งบางอย่างขาดขอบเขตปกติ ขาดระเบียบ ขาดความตระหนักรู้ หรือไม่มีจุดสิ้นสุด

没 หน่วยคำพยางค์เดียว A 没 หน่วยคำพยางค์เดียว B

ช่องว่าง A และ B ทั้งสองตำแหน่งจะต้องเป็นคำพยางค์เดียวหรือหน่วยคำไม่อิสระที่อยู่ในขอบเขตความหมายเดียวกัน ซึ่งอาจเป็นคำที่มีความหมายใกล้เคียงกัน (เช่น 完 และ 了 ที่เกี่ยวกับการจบสิ้น หรือ 头 และ 脑 ที่เกี่ยวกับศีรษะและสมอง) หรือเป็นคำตรงข้ามและคำคู่ตามธรรมชาติ (เช่น 日 และ 夜 ที่หมายถึงกลางวันและกลางคืน หรือ 大 และ 小 ที่หมายถึงสถานะอาวุโสและผู้น้อย) เนื่องจากกลุ่มคำเหล่านี้ส่วนใหญ่มักรวมกันจนกลายเป็นคำศัพท์เฉพาะ (คล้ายสำนวนไทยที่ใช้คำคู่ เช่น ไม่รู้เหนือรู้ใต้ หรือ ไม่ดูตาม้าตาเรือ) หน่วยคำทั้งสี่พยางค์นี้จึงมักแฝงน้ำเสียงของความรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย เห็นภาพชัดเจน หรือเป็นการประเมินค่า ซึ่งพบได้ทั่วไปในภาษาพูดในชีวิตประจำวัน

这雨没完没了地下了一个星期,真让人心烦。

Zhè yǔ méi wán méi liǎo de xià le yī ge xīngqī, zhēn ràng rén xīnfán.

ฝนนี้ตกไม่หยุดไม่หย่อนมาหนึ่งสัปดาห์แล้ว น่ารำคาญใจจริงๆ

没完没了 (méi wán méi liǎo) ทำหน้าที่ขยายคำกริยา 下 (ตก) โดยมี 地 เชื่อม เพื่อเน้นย้ำความไม่สิ้นสุดที่ชวนให้หงุดหงิด

สำนวนตายตัวที่พบบ่อยในโครงสร้าง 没A没B

เนื่องจาก 没A没B เป็นแม่แบบสำนวนกึ่งตายตัว ผู้เรียนจึงควรจดจำคำคู่ที่ใช้บ่อยที่สุดในฐานะคำศัพท์เต็มรูปหนึ่งคำ แทนที่จะนำคำนามหรือคำกริยาทั่วไปมาประกอบกันเองสดๆ ด้านล่างนี้คือสำนวนหลักที่คุณจะได้พบในการอ่านและการสนทนา:

  • 没完没了 (méi wán méi liǎo): ไม่รู้จักจบจักสิ้น ยืดเยื้อไม่หยุดหย่อน มักใช้แสดงความรำคาญใจ
  • 没日没夜 (méi rì méi yè): ทั้งวันทั้งคืน หามรุ่งหามค่ำ ทำงานหรือทำสิ่งใดต่อเนื่องโดยไม่หยุดพัก
  • 没头没脑 (méi tóu méi nǎo): ไม่มีปี่มีขลุ่ย กะทันหัน ไร้ต้นสายปลายเหตุ ขาดบริบทหรือไม่ได้คิดไตร่ตรองล่วงหน้า
  • 没心没肺 (méi xīn méi fèi): บางบริบทหมายถึงไม่ทุกข์ร้อนหรือไม่คิดมาก แต่เมื่อวิจารณ์แรงก็อาจหมายถึงไม่คิดถึงผู้อื่น ไม่ละเอียดอ่อน หรือไร้มโนธรรม ต้องดูคำประเมินรอบข้าง
  • 没大没小 (méi dà méi xiǎo): ไม่รู้จักผู้หลักผู้ใหญ่ ไม่เคารพผู้อาวุโส ตีเสมอหรือเสียมารยาท
  • 没轻没重 (méi qīng méi zhòng): ไม่รู้จักผ่อนหนักผ่อนเบา พูดจาไม่รู้จักกาลเทศะ หรือหยิบจับทำอะไรรุนแรงเกินไป

为了按时完成项目,大家没日没夜地加班。

Wèile ànshí wánchéng xiàngmù, dàjiā méi rì méi yè de jiābān.

เพื่อที่จะทำโครงการให้เสร็จตามกำหนดเวลา ทุกคนจึงทำงานล่วงเวลาหามรุ่งหามค่ำ

没日没夜 (méi rì méi yè) จับคู่คำพยางค์เดียวที่มีความหมายตรงข้ามกัน (กลางวันและกลางคืน) เพื่อสื่อความหมายว่าทำอย่างไม่หยุดพักตลอดทั้งวันทั้งคืน

他平时大大咧咧的,总是没心没肺地开玩笑。

Tā píngshí dàdàliēliē de, zǒngshì méi xīn méi fèi de kāi wánxiào.

ปกติเขาเป็นคนสบายๆ ไม่คิดมาก มักจะพูดล้อเล่นโดยไม่คิดอะไรอยู่เสมอ

没心没肺 (méi xīn méi fèi) แปลตรงตัวว่าไม่มีหัวใจและไม่มีปอด แต่ในเชิงสำนวนหมายถึงการไม่รู้จักคิด ไม่ใส่ใจ หรือไม่ทุกข์ร้อนใดๆ เลย

หน้าที่ทางไวยากรณ์ภายในประโยค

ภายในประโยค วลี 没A没B มักทำหน้าที่เป็นบทขยายกริยาโดยวางไว้หน้าคำกริยา (มักเชื่อมด้วยคำว่า 地) เพื่อบรรยายลักษณะท่าทางที่การกระทำนั้นเกิดขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถทำหน้าที่เป็นภาคแสดง บทขยายคำนามที่วางไว้หน้าคำนาม (โดยใช้คู่กับ 的) หรือเป็นบทเสริมบอกสภาพก็ได้

ประธาน 没 หน่วยคำพยางค์เดียว A 没 หน่วยคำพยางค์เดียว B (地) วลีกริยา

他一进门就没头没脑地问了一句奇怪的话。

Tā yī jìnmén jiù méi tóu méi nǎo de wèn le yī jù qíguài de huà.

พอเดินเข้าประตูมา เขาก็ถามคำถามแปลกๆ ขึ้นมาประโยคหนึ่งแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย

没头没脑 (méi tóu méi nǎo) ใช้บรรยายคำพูดหรือการกระทำที่ขาดบริบท ไม่มีการเกริ่นนำ หรือไร้เหตุผลต้นสายปลายเหตุที่ชัดเจน

ในการประเมินพฤติกรรม สำนวนที่ใช้กันอยู่แล้วตามหลังหัวเรื่องได้ เช่น 他开玩笑没轻没重 ในภาษาสนทนาอาจมี 的 ท้ายคำบรรยาย แต่ไม่ได้ทำให้คำตำหนินุ่มลงโดยอัตโนมัติ เช่น 没大没小的 ยังเป็นการดุอย่างแรงได้

ประธาน 说话 / 做事 没 หน่วยคำพยางค์เดียว A 没 หน่วยคำพยางค์เดียว B (的)

跟长辈说话怎么能这么没大没小的?

Gēn zhǎngbèi shuōhuà zěnme néng zhème méi dà méi xiǎo de?

พูดจากับผู้หลักผู้ใหญ่ทำไมถึงไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงแบบนี้ล่ะ?

没大没小 (méi dà méi xiǎo) นำคำว่าใหญ่/อาวุโส และเล็ก/ผู้น้อย มารวมกันเพื่อตำหนิการไม่เคารพลำดับอาวุโสและขาดมารยาทที่เหมาะสม

他开玩笑经常没轻没重,容易惹人生气。

Tā kāi wánxiào jīngcháng méi qīng méi zhòng, róngyì rě rén shēngqì.

เวลาเขาล้อเล่นมักจะไม่รู้จักผ่อนหนักผ่อนเบา ทำให้คนอื่นโกรธได้ง่าย

没轻没重 (méi qīng méi zhòng) ทำหน้าที่เป็นภาคแสดงในประโยคนี้ หมายถึงการไม่รู้จักกาลเทศะ หรือไม่รู้จักกะเกณฑ์ขอบเขตความเหมาะสม

การเปรียบเทียบกับ 无A无B และข้อผิดพลาดที่ผู้เรียนพบบ่อย

ในภาษาจีนยังมีโครงสร้างสี่พยางค์คู่ขนานอีกแบบหนึ่งคือ 无A无B (wú A wú B) เช่น 无忧无虑 (ไร้ความกังวล สบายใจ) หรือ 无法无天 (ไม่เกรงกลัวขื่อแปบ้านเมือง) แม้ว่าทั้งสองโครงสร้างจะเป็นการปฏิเสธองค์ประกอบคู่เหมือนกัน แต่ก็มีความแตกต่างกันในด้านระดับภาษาและน้ำเสียง โครงสร้าง 无A无B ใช้หน่วยคำปฏิเสธภาษาโบราณคือ 无 จึงทำให้มีลักษณะเป็นภาษาหนังสือหรือเป็นทางการมากกว่า และมีทั้งสำนวนในความหมายเชิงบวก (เช่น 无忧无虑 หรือ 无拘无束) และเชิงลบ ในทางตรงกันข้าม 没A没B ใช้คำว่า 没 ซึ่งเป็นภาษาพูด จึงให้ความรู้สึกเป็นภาษาพูดอย่างชัดเจน และส่วนใหญ่มักใช้สื่อถึงการประเมินเชิงตำหนิ ความรู้สึกระอาใจ หรือการวิจารณ์แบบไม่เป็นทางการต่อความเกินเลยหรือความสะเพร่า

ให้เรียนคำที่ใช้ร่วมกันอย่าง 没完没了 เป็นสำนวนเต็ม อนุประโยคปฏิเสธทั่วไปใช้กริยายาวได้ แต่ไม่ได้กลายเป็นสำนวนเพียงเติม 地 ในตัวอย่างทำงาน ให้แยกข้อเท็จจริงเป็นข้อความประสานกัน เพื่อสื่อเจตนาเดิมว่า “ไม่ได้พักและไม่ได้นอน” ให้ชัด

× 他昨天没休息没睡觉地工作。

Tā zuótiān méi xiūxi méi shuìjiào de gōngzuò.

ความหมายที่ต้องการสื่อ: เมื่อวานนี้เขาทำงานโดยไม่ได้พักไม่ได้นอน

หากต้องการบอกข้อเท็จจริงตรง ๆ ว่า “ไม่ได้พักและไม่ได้นอน” ให้เกริ่นการทำงานก่อนแล้วเชื่อมคำปฏิเสธสองส่วน คือ 他昨天一直工作,没休息,也没睡觉 ส่วน 没日没夜 เป็นสำนวนที่เกี่ยวกับทำงานหามรุ่งหามค่ำ ไม่ใช่คำแทนที่ตรงทุกกรณีเมื่อกล่าวถึงการพักหรือนอน

ตัวอย่างที่แก้ไขแล้ว: 他昨天一直工作,没休息,也没睡觉。

他昨天一直工作,没休息,也没睡觉。

Tā zuótiān yīzhí gōngzuò, méi xiūxi, yě méi shuìjiào.

เมื่อวานนี้เขาทำงานตลอด ไม่ได้พักและไม่ได้นอน

ข้อความที่เชื่อมกันคงความหมายเรื่องทำงาน ไม่ได้พัก และไม่ได้นอน โดยไม่ฝืนเปลี่ยนเป็นสำนวนสี่พยางค์ใหม่

คำถามที่พบบ่อย

คำว่า 了 ในสำนวน 没完没了 ออกเสียงอย่างไร?

ในสำนวน 没完没了 ตัวอักษร 了 ทำหน้าที่เป็นคำกริยาที่หมายถึง 'จบสิ้น' หรือ 'เสร็จสิ้น' ดังนั้นจึงต้องออกเสียงว่า liǎo (เสียงสาม) เสมอ ไม่ได้ออกเสียงเบาว่า le เหมือนคำเสริมน้ำเสียง

สามารถสลับลำดับของ A และ B ในวลี 没A没B ได้หรือไม่?

ให้เรียนลำดับที่ใช้กันของแต่ละสำนวน เช่น 没日没夜 หรือ 没大没小 อย่าถือว่าสลับองค์ประกอบได้อย่างอิสระ หากพบรูปอื่น ให้ตรวจเป็นรายสำนวน ไม่ยอมรับหรือปฏิเสธด้วยกฎสลับคำแบบครอบจักรวาล

ทำไมโครงสร้าง 没A没B จึงถูกจัดอยู่ในระดับ HSK 5?

โครงร่างหลักสูตร HSK ฉบับ 2025-11 ที่ให้มา (ซึ่งระบุกำหนดการเริ่มใช้ 2026-07) ได้จัดให้ 没A没B เป็นวลีสี่พยางค์ตายตัว (四字格) ในระดับ 5 อย่างไรก็ตาม รูปแบบข้อสอบจริงที่คุณจะเข้าสอบนั้นขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการของศูนย์สอบในปัจจุบัน

แหล่งข้อมูลhsk.cn-bj.ufileos.com · หน้า PDF 398

เรียนต่อในแอป

ข้อสอบจำลองเต็มรูปแบบอยู่ในแอป HSKReady

HSKReady App