HSK 2 · ชนิดของคำ › คำบุพบท › นำผู้หรือสิ่งที่เกี่ยวข้อง
บุพบท “给” (gěi) ในระดับ HSK 2: การระบุเป้าหมายและผู้รับผลประโยชน์
ในภาษาจีน คำว่า “给” (gěi) ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงคำกริยาที่แปลว่า “ให้” เท่านั้น แต่ยังเป็นคำบุพบทที่ใช้บ่อยมากในความหมายว่า “แก่/ถึง” หรือ “ให้/เพื่อ” ตามโครงสร้างไวยากรณ์ระดับ HSK 2 คำบุพบท “给” (gěi) จะถูกวางไว้หน้าคำกริยาหลักเพื่อระบุเป้าหมาย ผู้รับ หรือผู้รับผลประโยชน์ของการกระทำ

我晚上给妈妈打电话。
การวางตำแหน่งหน้าคำกริยาที่ถูกต้อง: “给妈妈” (gěi māma) มาก่อนวลีคำกริยาและกรรม “打电话” (dǎ diànhuà)
× 他昨天给我没回信息。
ตำแหน่งคำปฏิเสธไม่ถูกต้อง: ในประโยคบอกเล่าทั่วไปตามมาตรฐาน ห้ามวาง “没” (méi) แทรกกลางระหว่าง “给我” (gěi wǒ) กับคำกริยาหลัก ให้ใช้ “他昨天没给我回信息” แทน
ตัวอย่างที่แก้ไขแล้ว: 他昨天没给我回信息。
อ่านคำอธิบายและตัวอย่างทั้งหมด
คำบุพบท “给” (gěi) ทำหน้าที่อะไร?
ผู้เรียนระดับเริ่มต้นมักจะรู้จักคำว่า “给” (gěi) ในฐานะคำกริยาเดี่ยวๆ ที่แปลว่า “ให้” เป็นอันดับแรก อย่างไรก็ตาม ในหลักสูตรไวยากรณ์ระดับ HSK 2 คำว่า “给” (gěi) ถูกจัดอยู่ในหมวดคำบุพบท (“介词”, jiècí) ที่ทำหน้าที่ระบุเป้าหมายหรือผู้รับของการกระทำ (“引出对象”)
เมื่อใช้เป็นคำบุพบท คำว่า “给” (gěi) จะไม่ได้สื่อถึงการยื่นสิ่งของให้โดยตรงด้วยตัวมันเองอีกต่อไป แต่จะประกอบเข้ากับบุคคลหรือกลุ่มคนเพื่อแสดงว่าใครเป็นผู้รับการกระทำ หรือใครได้รับประโยชน์จากการกระทำนั้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับคำกริยาหลักในประโยค ซึ่งในภาษาไทยเรามักแปลว่า “แก่/ถึง/หา” หรือ “ให้/เพื่อ”
- การระบุเป้าหมายหรือผู้รับ (แก่/ถึง/หาใครบางคน): ใช้กับคำกริยาเกี่ยวกับการสื่อสารหรือการมีปฏิสัมพันธ์ เช่น การโทรศัพท์ การเขียน การตอบกลับ หรือการแนะนำให้รู้จัก
- การระบุผู้รับผลประโยชน์ (ทำให้/ทำเพื่อใครบางคน): ใช้เมื่อทำบริการหรือทำภารกิจบางอย่างให้คนอื่น เช่น การทำอาหาร การซื้อของ หรือการเปิดประตูให้
ลำดับคำหลัก: วางไว้หน้าคำกริยาหลัก
สำหรับรูปผู้รับหรือผู้รับผลประโยชน์หน้ากริยาที่ฝึกก่อนในบทนี้ ให้ใช้ 给 + บุคคล หน้าการกระทำ เช่น 给妈妈打电话 และ 给我做早饭 แต่ภาษาจีนก็มีโครงสร้าง 给 หลังกริยาที่เป็นธรรมชาติ ต้องดูว่าใช้โครงสร้างใด ไม่ใช่ตั้งกฎเหล็กว่าบุพบททุกคำต้องอยู่หน้ากริยาทุกตัว
我晚上给妈妈打电话。
การวางตำแหน่งหน้าคำกริยาที่ถูกต้อง: “给妈妈” (gěi māma) มาก่อนวลีคำกริยาและกรรม “打电话” (dǎ diànhuà)
奶奶每天给我做早饭。
การใช้ระบุผู้รับผลประโยชน์ที่ถูกต้อง: “给我” (gěi wǒ) อยู่ข้างหน้าการกระทำ “做早饭” (zuò zǎofàn)
我给你介绍一下我的新朋友。
การใช้ระบุเป้าหมายที่ถูกต้อง: “给你” (gěi nǐ) ทำหน้าที่ระบุผู้ฟังที่ได้รับการแนะนำ
สังเกตว่าคำบอกเวลาอย่าง “晚上” (wǎnshang, ตอนเย็น/ตอนค่ำ) หรือ “每天” (měitiān, ทุกวัน) จะปรากฏอยู่ข้างหน้าวลี “给” (gěi) ซึ่งเป็นการเรียงลำดับตามธรรมชาติของภาษาจีนกลาง ได้แก่ ประธาน ตามด้วยเวลา ตามด้วยบุพบทวลี และปิดท้ายด้วยคำกริยาหลักพร้อมกรรม
ตำแหน่งการวางคำปฏิเสธและคำกริยาช่วย
เมื่อต้องการทำเป็นประโยคปฏิเสธด้วยคำว่า “不” (bù) หรือ “没” (méi) หรือเมื่อต้องการเติมคำกริยาช่วยอย่าง “想” (xiǎng, อยากจะ) หรือ “会” (huì, จะ) คุณจะต้องวางคำปฏิเสธหรือคำกริยาช่วยไว้ข้างหน้า “给” (gěi) เสมอ ห้ามวางแทรกระหว่างผู้รับกับคำกริยาหลัก
他昨天没给我回信息。
ลำดับคำปฏิเสธที่ถูกต้อง: วาง “没” (méi) ไว้ข้างหน้าบุพบทวลี “给我” (gěi wǒ)
ให้มองว่าบุพบทวลีและกริยาวลีถูกมัดรวมกันเป็นการกระทำชุดเดียว เวลาปฏิเสธจึงต้องปฏิเสธจากด้านหน้าของทั้งกลุ่มก้อน ไม่ใช่การแยกบุพบทวลีออกจากคำกริยา
ข้อเปรียบเทียบที่ควรรู้: คำกริยา เทียบกับ คำบุพบท และ “给” ที่วางหลังคำกริยา
เนื่องจากคำว่า “给” (gěi) ทำหน้าที่ทางไวยากรณ์ได้หลายบทบาทในภาษาจีน การแยกแยะรูปแบบทั้งสามที่ดูคล้ายกันในเบื้องต้นจึงช่วยให้เข้าใจได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
ประการแรก เมื่อ “给” (gěi) เป็นคำกริยาเพียงตัวเดียวในอนุประโยค คำนี้จะทำหน้าที่เป็นคำกริยาหลักที่แปลว่า “ให้/มอบให้” โดยสามารถวางคำอนุภาคบอกการณ์ลักษณะอย่าง “了” (le) ตามหลังได้โดยตรง แล้วตามด้วยกรรมสองตัว คือ ผู้รับ และสิ่งของที่ให้
爸爸给了我五十块钱。
ตัวอย่างเปรียบเทียบ: ในที่นี้ “给” (gěi) เป็นคำกริยาหลักของประโยค ไม่ใช่คำบุพบท
ประการที่สอง เมื่อใช้กับกลุ่มคำกริยาที่แสดงการส่งต่อหรือโอนย้ายโดยเฉพาะ เช่น “寄” (jì, ส่งไปรษณีย์), “送” (sòng, มอบให้เป็นของขวัญหรือนำไปส่ง), “借” (jiè, ให้ยืม) และ “还” (huán, คืน) คำว่า “给” (gěi) สามารถวางต่อท้ายคำกริยาหลักได้โดยตรงเพื่อระบุว่าสิ่งของนั้นถูกส่งไปที่ใคร
姐姐寄给我一本书。
ตัวอย่างเปรียบเทียบ: สำหรับคำกริยาแสดงการส่งต่ออย่าง “寄” (jì) คำว่า “给” (gěi) สามารถวางต่อท้ายคำกริยาได้โดยตรงก่อนถึงกรรมตรง
ตำแหน่งผู้รับและความต่างของการปฏิเสธ
อย่าตัดสินว่าวลี 给 หลังกริยาทุกแบบเป็นข้อผิดพลาดจากการแปล ให้เปรียบเทียบรูปที่ใช้ได้ด้านล่างกับรูปหน้ากริยาก่อนหน้า เลือกตามโครงสร้างและระดับภาษา การที่โครงร่างระบุ 给 เป็นบุพบทไม่ได้ห้ามการใช้ทางไวยากรณ์อื่น
我晚上打电话给妈妈。
打电话给妈妈 เป็นรูปวางผู้รับหลังกริยาที่มีการใช้จริง โดยเฉพาะภาษาจีนบางถิ่น ส่วน 给妈妈打电话 เป็นรูปพื้นฐานที่ใช้ได้กว้าง อย่าตัดสินว่ารูปแรกผิดไวยากรณ์ทุกบริบท หรืออ้างว่าโครงร่างห้ามรูปนั้น
奶奶每天做早饭给我。
รูปนี้ใช้ได้อย่างเป็นธรรมชาติเมื่อหมายถึงทำอาหารเช้าแล้วให้ฉัน โดยมีความต่างตามระดับภาษาหรือถิ่น ส่วนรูปผู้รับผลประโยชน์หน้ากริยา 奶奶每天给我做早饭 ก็เป็นธรรมชาติ ทั้งสองเป็นทางเลือก ไม่ใช่คู่ผิด/ถูกทุกบริบท
หากต้องการความหมายเป็นกลางว่า “ไม่ได้ตอบข้อความฉัน” ให้ใช้ 没给我回信息 การยกผู้รับไว้ข้างหน้าอาจมีความหมายเน้นเปรียบเทียบในบทสนทนา จึงควรอธิบายว่ารูปถัดไปไม่เหมาะกับแบบกลางๆ ที่ฝึก ไม่ใช่ใช้ไม่ได้ในทุกบริบท
× 他昨天给我没回信息。
ตำแหน่งคำปฏิเสธไม่ถูกต้อง: ในประโยคบอกเล่าทั่วไปตามมาตรฐาน ห้ามวาง “没” (méi) แทรกกลางระหว่าง “给我” (gěi wǒ) กับคำกริยาหลัก ให้ใช้ “他昨天没给我回信息” แทน
ตัวอย่างที่แก้ไขแล้ว: 他昨天没给我回信息。
คำถามที่พบบ่อย
จะรู้ได้อย่างไรว่าคำบุพบท “给” (gěi) ในประโยคนั้นเป็นการระบุผู้รับเป้าหมาย (แก่/ถึง/หา) หรือระบุผู้รับผลประโยชน์ (ทำให้/ทำเพื่อ)?
ให้ดูที่คำกริยาหลักเป็นสำคัญ หากใช้กับคำกริยาเกี่ยวกับการสื่อสารหรือการแสดงให้เห็น เช่น “打电话” (dǎ diànhuà, โทรศัพท์) หรือ “介绍” (jièshào, แนะนำ) คำว่า “给” (gěi) จะชี้ไปที่ผู้รับสาร ซึ่งแปลว่า “แก่/ถึง/หา” แต่หากใช้กับคำกริยาที่เป็นการทำภารกิจหรือการบริการ เช่น “做饭” (zuòfàn, ทำอาหาร) หรือ “买东西” (mǎi dōngxi, ซื้อของ) มักจะเป็นการระบุผู้รับผลประโยชน์ ซึ่งแปลว่า “ทำให้/ทำเพื่อ”
การที่ไวยากรณ์นี้อยู่ในระดับ HSK 2 หมายความว่าข้อสอบที่ฉันกำลังจะสอบใช้โครงสร้างหลักสูตรนี้แน่นอนใช่ไหม?
หัวข้อไวยากรณ์นี้ถูกจัดอยู่ในระดับ 2 ตามโครงสร้างหลักสูตร HSK ฉบับเดือนพฤศจิกายน 2025 (ซึ่งระบุไว้สำหรับการเริ่มใช้ในเดือนกรกฎาคม 2026) เนื่องจากการจัดสอบจริงอาจแตกต่างกันไปตามศูนย์สอบและวันที่ลงทะเบียนสอบ โปรดตรวจสอบกับผู้ให้บริการจัดสอบอย่างเป็นทางการของคุณเพื่อยืนยันว่าข้อสอบของคุณอ้างอิงตามหลักสูตรฉบับใด