HSK 1 · ชนิดของคำ › คำกริยา › คำกริยาช่วย
คำกริยาช่วยในระดับ HSK 1: วิธีใช้ 会 (huì) และ 能 (néng)
ในภาษาไทย ทั้ง 会 (huì) และ 能 (néng) มักถูกแปลว่า 'สามารถ' หรือ 'ได้' เหมือนกัน แต่ในภาษาจีนกลาง คำทั้งสองมีหน้าที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน บทเรียนนี้จะอธิบายวิธีใช้คำกริยาช่วยพื้นฐานในระดับ HSK 1 ทั้งสองคำนี้ เพื่อบอกทักษะที่ผ่านการเรียนรู้ ความน่าจะเป็นในอนาคต ความเป็นไปได้ตามสถานการณ์ และการขอหรือให้อนุญาต

我会说汉语。
ใช้ 会 (huì) เพราะการพูดภาษาเป็นทักษะที่ได้มาจากการเรียนรู้
× 我没有会说汉语。
ไม่ถูกต้องเมื่อต้องการบอกว่า “พูดภาษาจีนไม่เป็น” ให้ใช้ 我不会说汉语 แต่ไม่ได้ห้ามใช้ 没能 ในอีกความหมายหนึ่งคือทำสิ่งนั้นไม่ได้ในเหตุการณ์หนึ่ง
ตัวอย่างที่แก้ไขแล้ว: 我不会说汉语。
อ่านคำอธิบายและตัวอย่างทั้งหมด
คำกริยาช่วยในระดับ HSK 1 คืออะไร?
ตามโครงร่างหลักสูตรไวยากรณ์ HSK 1 ที่กำหนดไว้ คำว่า 会 (huì) และ 能 (néng) จัดอยู่ในหมวดหมู่ 能愿动词 (néngyuàn dòngcí) ซึ่งในภาษาไทยมักเรียกว่า คำกริยาช่วย หรือคำกริยานุเคราะห์ที่แสดงความสามารถและความปรารถนา โปรดทราบว่าการจัดแบ่งระดับนี้อ้างอิงตามโครงร่างหลักสูตรที่ให้มาเท่านั้น ไม่ใช่การรับประกันเนื้อหาที่ศูนย์สอบแต่ละแห่งจะนำไปออกสอบในวันใดวันหนึ่ง
เนื่องจากในภาษาไทยเรามักแปลคำทั้งสองว่า 'สามารถ...ได้' หรือพูดสั้นๆ ว่า '...ได้' และ '...เป็น' ผู้เรียนระดับเริ่มต้นจึงมักนำมาใช้แทนกัน แต่ในภาษาจีนกลาง การเลือกใช้คำใดคำหนึ่งจะขึ้นอยู่กับว่าคุณกำลังพูดถึงทักษะที่ฝึกฝนจนทำเป็น การคาดการณ์สิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต หรือการกระทำที่เงื่อนไขและสถานการณ์ในขณะนั้นเอื้ออำนวยให้ทำได้
โครงสร้างประโยคพื้นฐาน
会 และ 能 อยู่หน้าคำกริยาหลักในรูปแบบพื้นฐานที่นี่ แต่ไม่จำเป็นต้องอยู่หลังประธานทันที เพราะอาจมีคำบอกเวลาคั่นได้ เช่น 我现在能去商店 คำกริยาช่วยจีนไม่มีการผันตามบุรุษหรือกาล และคำกริยาหลักที่ตามมาไม่ต้องมีคำเชื่อมคั่น
การสร้างประโยคปฏิเสธ ให้วางคำว่า 不 (bù) ไว้หน้าคำกริยาช่วยโดยตรง ส่วนการสร้างประโยคคำถามแบบใช่หรือไม่ในระดับ HSK 1 ให้เติมคำอนุภาคแสดงคำถาม 吗 (ma) ไว้ที่ท้ายประโยคบอกเล่าได้เลย
วิธีใช้ 会 (huì): ทักษะที่เรียนรู้มาและความน่าจะเป็น
หน้าที่หลักของ 会 (huì) สำหรับผู้เรียนระดับเริ่มต้นคือการใช้แสดงทักษะที่ได้จากการเรียนรู้ หากการกระทำนั้นต้องอาศัยการเรียน การฝึกอบรม หรือการฝึกฝน เช่น การพูดภาษาต่างประเทศ การเขียนอักษรจีน การขับรถ หรือการทำอาหาร ให้ใช้ 会 (huì) ซึ่งในความหมายนี้จะตรงกับคำภาษาไทยว่า 'ทำเป็น' หรือ 'สามารถ (เพราะเรียนมาแล้ว)'
我会说汉语。
ใช้ 会 (huì) เพราะการพูดภาษาเป็นทักษะที่ได้มาจากการเรียนรู้
弟弟不会写汉字。
ใช้ 不会 (bù huì) เพื่อแสดงว่าเขายังไม่ได้เรียนรู้วิธีเขียนอักษรจีน
การใช้งานที่พบบ่อยประการที่สองของ 会 (huì) คือใช้ระบุว่าบางสิ่งมีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้น หรือจะเกิดขึ้นในอนาคต ในบริบทนี้จะตรงกับคำว่า 'จะ' ในภาษาไทย ส่วนรูปปฏิเสธคือ 不会 (bù huì) หมายถึงสิ่งนั้น 'จะไม่' เกิดขึ้น
明天老师会来学校。
ใช้ 会 (huì) เพื่อแสดงความน่าจะเป็นในอนาคต ('จะ')
วิธีใช้ 能 (néng): ความเป็นไปได้ เงื่อนไข และการอนุญาต
แทนที่จะเน้นว่าคุณเคยเรียนทักษะนั้นมาหรือไม่ คำว่า 能 (néng) จะเน้นว่าสภาพร่างกาย ปัจจัยแวดล้อม หรือเงื่อนไขทางสังคมในขณะนั้นเอื้ออำนวยให้เกิดการกระทำขึ้นได้หรือไม่ เราจะใช้ 能 (néng) เมื่อเรามีเวลา มีพละกำลัง หรือมีโอกาสในทางปฏิบัติที่จะทำสิ่งนั้น ซึ่งตรงกับคำว่า 'สามารถ...ได้' หรือ '...ได้' ในแง่ของความพร้อมและโอกาส
我现在能去商店。
ใช้ 能 (néng) เพราะการไปร้านค้าเป็นเรื่องของการมีเวลาหรือมีจังหวะที่เหมาะสม ไม่ใช่ทักษะที่ต้องไปเรียนมา
ในบทสนทนาในชีวิตประจำวัน 能 (néng) ยังนิยมนำมาใช้ในการขอร้องอย่างสุภาพ หรือพูดถึงสิ่งที่ได้รับอนุญาตให้ทำ ส่วนรูปปฏิเสธคือ 不能 (bù néng) มักแปลว่า 'ทำไม่ได้' เนื่องจากมีอุปสรรคบางอย่าง หรือแปลว่า 'ห้าม' และ 'ไม่ได้รับอนุญาตให้ทำ' เมื่อกล่าวถึงกฎระเบียบหรือข้อบังคับ
你能帮我吗?
ใช้ 能 (néng) ในประโยคคำถามเพื่อถามว่าอีกฝ่ายสามารถและสะดวกที่จะช่วยหรือไม่
这儿不能坐。
ใช้ 不能 (bù néng) เพื่อแสดงว่าไม่อนุญาตให้นั่ง หรือไม่สามารถนั่งตรงนี้ได้
การเปรียบเทียบให้เห็นภาพ: 会 (huì) กับ 能 (néng)
วิธีที่ชัดเจนที่สุดในการทำความเข้าใจความแตกต่างระหว่าง 会 (huì) และ 能 (néng) คือการนำทั้งสองคำมาไว้ในสถานการณ์เดียวกัน การที่เราทำทักษะบางอย่าง 'เป็น' ไม่ได้หมายความว่าเราสามารถทำสิ่งนั้น 'ได้' หรือได้รับอนุญาตให้ทำได้ในขณะนั้นเสมอไป
我会开车,但是今天不能开车。
เปรียบเทียบการใช้ 会 (huì) สำหรับทักษะที่เรียนรู้มาจนทำเป็น กับการใช้ 不能 (bù néng) สำหรับข้อจำกัดชั่วคราวในทางปฏิบัติ (เช่น วันนี้ไม่สบาย หรือวันนี้ไม่มีรถใช้)
- ใช้ 会 (huì) เมื่อความหมายคือ 'ทำเป็น' ซึ่งเกิดจากการเรียนรู้หรือฝึกฝน (เช่น พูดภาษาจีนเป็น หรือขับรถเป็น)
- ใช้ 会 (huì) เมื่อต้องการคาดการณ์ว่าเหตุการณ์บางอย่าง 'จะ' เกิดขึ้น (เช่น พรุ่งนี้จะมีคนมา)
- ใช้ 能 (néng) เมื่อเงื่อนไขในทางปฏิบัติเอื้ออำนวยให้ทำได้ (เช่น ตอนนี้มีเวลาว่าง หรือร่างกายพร้อมที่จะทำ)
- ใช้ 能 (néng) เมื่อต้องการขอความช่วยเหลือ หรือระบุว่าการกระทำนั้นได้รับอนุญาตให้ทำได้หรือไม่ในสถานที่หรือสถานการณ์นั้นๆ
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยของผู้เรียน: การปฏิเสธคำกริยาช่วย
เมื่อต้องการบอกว่าทำสิ่งใดไม่เป็น ให้ใช้ 不会 ไม่ใช่ 没有会 เช่น 我不会说汉语 แต่อย่านำไปตีความว่าคำกริยาช่วยทุกคำห้ามปฏิเสธด้วย 没 โครงสร้าง 没能 + คำกริยา ใช้ได้บ่อยเมื่อทำสิ่งนั้นไม่ได้ในสถานการณ์หนึ่ง เช่น 我昨天没能去 (“เมื่อวานฉันไปไม่ได้”) 不能 บอกความไม่สามารถหรือข้อห้าม ส่วน 没能 รายงานเหตุการณ์ที่ไม่ได้เกิดขึ้นตามที่ตั้งใจหรือคาดหวัง
× 我没有会说汉语。
ไม่ถูกต้องเมื่อต้องการบอกว่า “พูดภาษาจีนไม่เป็น” ให้ใช้ 我不会说汉语 แต่ไม่ได้ห้ามใช้ 没能 ในอีกความหมายหนึ่งคือทำสิ่งนั้นไม่ได้ในเหตุการณ์หนึ่ง
ตัวอย่างที่แก้ไขแล้ว: 我不会说汉语。
我不会说汉语。
ประโยคที่แก้ไขแล้ว: วาง 不 หน้า 会 ได้เป็น 不会 ซึ่งในประโยคบอกทักษะนี้หมายถึง “ทำไม่เป็น”
คำถามที่พบบ่อย
เสียงวรรณยุกต์ของคำว่า 不 (bù) จะเปลี่ยนไปหรือไม่เมื่ออยู่หน้า 会 (huì) และ 能 (néng)?
ในการออกเสียงพูดตามมาตรฐาน คำว่า 不 (bù) จะเปลี่ยนเป็นเสียงที่สอง (bú) เมื่ออยู่หน้าพยางค์ที่เป็นเสียงที่สี่อย่าง 会 (huì) แต่จะคงเป็นเสียงที่สี่ (bù) ตามเดิมเมื่ออยู่หน้าพยางค์ที่เป็นเสียงที่สองอย่าง 能 (néng) อย่างไรก็ตาม ในการเขียนพินอินตามรูปพจนานุกรม มักจะเขียนเป็น bù เหมือนกันทั้งหมด
สามารถใช้ 会 (huì) หรือ 能 (néng) เพียงคำเดียวเพื่อตอบคำถามแบบสั้นๆ ได้หรือไม่?
ได้แน่นอน หากมีคนถามว่า '你能帮我吗?' (คุณช่วยฉันได้ไหม?) คุณสามารถตอบสั้นๆ ว่า '能' (ได้) และหากมีคนถามว่า '你会说汉语吗?' (คุณพูดภาษาจีนเป็นไหม?) คุณสามารถตอบว่า '会' (เป็น) หรือ '不会' (ไม่เป็น)
ฉันสามารถใช้ 能 (néng) แทน 会 (huì) ในความหมายว่า 'จะ' สำหรับอนาคตได้หรือไม่?
อย่าเลือกคำกริยาช่วยจีนเพียงจากคำแปลว่า “จะ” 会 ใช้บ่อยเมื่อคาดว่าเหตุการณ์จะเกิดขึ้น ส่วน 能 เน้นว่าเหตุการณ์เป็นไปได้หรือเงื่อนไขเอื้ออำนวยหรือไม่ ซึ่งอาจกล่าวถึงพรุ่งนี้ได้เช่นกัน ความหมายที่ต้องการสื่อ ไม่ใช่เพียงการเป็นเวลาอนาคต เป็นตัวกำหนดการเลือกคำ