HSKReadyดาวน์โหลดแอป
ไวยากรณ์

HSK 6 · ชนิดของคำ › คำสรรพนาม › บุรุษสรรพนาม

คำสรรพนามแทนบุคคลระดับ HSK 6 “人家”: ความหมาย โครงสร้าง และข้อจำกัดในการใช้

ในฐานะคำสรรพนามแทนบุคคล “人家” (rénjia) เป็นคำในภาษาพูดที่ใช้งานได้หลากหลาย โดยสิ่งที่อ้างถึงจะเปลี่ยนไปตามบริบท สามารถหมายถึงคนอื่นโดยทั่วไป บุคคลที่สามที่เจาะจงซึ่งรู้กันอยู่แล้วในบทสนทนา หรือแม้กระทั่งตัวผู้พูดเองในการพูดแบบเป็นกันเองและแสดงอารมณ์ความรู้สึก

人家 กริยาวลีหรืออนุประโยคที่บรรยายการกระทำหรือสภาพ
ตัวอย่างประโยค

你别总是羡慕人家,自己也要努力。

Nǐ bié zǒngshì xiànmù rénjia, zìjǐ yě yào nǔlì.

เธออย่าเอาแต่อิจฉาคนอื่นเลย ตัวเองก็ต้องขยันด้วยเหมือนกัน

ถูกต้อง: “人家” หมายถึงคนอื่นโดยทั่วไป เพื่อเปรียบเทียบกับผู้ฟัง

ตัวอย่างที่ไม่ถูกต้อง

× 我昨天认识了几个人家。

Wǒ zuótiān rènshi le jǐ gè rénjia.

ความหมายที่ต้องการสื่อ: เมื่อวานฉันได้รู้จักคนไม่กี่คน

ไม่ถูกต้อง: คำสรรพนามแทนบุคคล “人家” (rénjia) ไม่สามารถนำมานับด้วยคำบอกจำนวนและลักษณนามอย่าง “几个” เพื่อสื่อความหมายว่า “คนไม่กี่คน” ได้ ให้เปลี่ยน “人家” เป็น “人” ดังที่แสดงใน “我昨天认识了几个人。”

ตัวอย่างที่แก้ไขแล้ว: 我昨天认识了几个人。

อ่านคำอธิบายและตัวอย่างทั้งหมด

คำสรรพนามแทนบุคคล “人家” หมายความว่าอย่างไร?

โครงร่าง HSK 6 ระบุ 人家 เป็นคำสรรพนามแทนบุคคล ในหน้าที่นี้พยางค์ที่สองเป็นเสียงเบา: rénjia ต่างจาก 我、你 และ 他 ที่ปกติบอกบุรุษที่หนึ่ง สอง และสามตามลำดับ 人家 ไม่ได้กำหนดบุรุษเดียวตายตัว บริบทบอกว่าหมายถึงคนอื่น บุคคลที่สามเฉพาะคน หรือผู้พูด แยกจากคำนาม rénjiā ที่หมายถึงครัวเรือน

ขึ้นอยู่กับว่ากำลังพูดถึงใครและผู้พูดรู้สึกอย่างไร “人家” สามารถชี้ไปยังคนอื่นที่ไม่ใช่ผู้พูดและผู้ฟัง ชี้ไปยังบุคคลที่เจาะจงซึ่งเพิ่งเอ่ยชื่อไป หรือชี้มายังตัวผู้พูดโดยตรง เนื่องจากคำนี้มีกลิ่นอายของภาษาพูดที่ชัดเจน จึงมักปรากฏในบทสนทนา การเล่าเรื่องแบบไม่เป็นทางการ และการพูดคุยแลกเปลี่ยนระหว่างบุคคล มากกว่าในรายงานที่เป็นทางการหรืองานเขียนเชิงวิชาการ

การอ้างถึงผู้อื่น: บุรุษที่สามแบบทั่วไปเทียบกับแบบเจาะจง

หน้าที่ที่พบบ่อยที่สุดของ “人家” คือการอ้างถึงคนอื่น โดยไม่รวมทั้งผู้พูดและผู้ฟัง ประการแรก สามารถอ้างถึงคนอื่นโดยทั่วไปในวงกว้าง มักใช้เมื่อเปรียบเทียบสถานการณ์หรือพฤติกรรมของใครบางคนกับสิ่งที่คนอื่นทำหรือมี

人家 กริยาวลีหรืออนุประโยคที่บรรยายการกระทำหรือสภาพ

你别总是羡慕人家,自己也要努力。

Nǐ bié zǒngshì xiànmù rénjia, zìjǐ yě yào nǔlì.

เธออย่าเอาแต่อิจฉาคนอื่นเลย ตัวเองก็ต้องขยันด้วยเหมือนกัน

ถูกต้อง: “人家” หมายถึงคนอื่นโดยทั่วไป เพื่อเปรียบเทียบกับผู้ฟัง

ประการที่สอง 人家 อ้างถึงบุคคลหรือกลุ่มที่เข้าใจตรงกันจากบริบทได้ อาจตามหลังชื่อหรือตำแหน่งเพื่ออ้างถึงคนเดิมและเน้นสถานการณ์ของเขา หรืออยู่หลังส่วนที่เอ่ยถึงคนนั้นแล้ว ดังตัวอย่าง 张经理

ชื่อหรือตำแหน่งของบุคคลที่เจาะจง 人家 กริยาวลีหรืออนุประโยคที่บรรยายการกระทำหรือสภาพ

小王人家早就通过考试了,你还在这儿玩手机。

Xiǎo Wáng rénjia zǎojiù tōngguò kǎoshì le, nǐ hái zài zhèr wán shǒujī.

เสี่ยวหวังเขาสอบผ่านไปตั้งนานแล้ว เธอยังเล่นมือถืออยู่ที่นี่อีก

人家 ตามหลังชื่อ 小王 เพื่ออ้างถึงคนเดิมและเน้นสถานการณ์ของคนนั้นเมื่อเทียบกับผู้ฟัง

ประธานของอนุประโยค สกรรมกริยาที่รับบุคคลเป็นกรรม 人家

张经理刚来咱们部门,你多帮帮人家。

Zhāng jīnglǐ gāng lái zánmen bùmén, nǐ duō bāngbang rénjia.

ผู้จัดการจางเพิ่งมาที่แผนกพวกเรา เธอช่วยเหลือเขาให้มากหน่อยนะ

ถูกต้อง: “人家” อ้างย้อนกลับไปยังบุคคลที่สามที่เจาะจง (“张经理”) ซึ่งกล่าวถึงในอนุประโยคแรก

การอ้างถึงตัวผู้พูด: การใช้ในฐานะบุรุษที่หนึ่งเพื่อแสดงอารมณ์

เมื่อกล่าวถึงตัวเองแบบแสดงอารมณ์ ผู้พูดอาจใช้ 人家 แทน 我 ดังตัวอย่างถัดไป อาจฟังดูหยอกล้อ เขิน หรือบ่นแง่งอน เป็นการแสดงท่าทีระหว่างบุคคล ไม่ได้พิสูจน์ว่าทั้งสองสนิทกันจริง ต้องดูตัวละคร สถานการณ์ และการพูด ไม่ใช้แทน 我 อย่างเป็นกลางทุกบริบท

你走得这么快,人家都跟不上了。

Nǐ zǒu de zhème kuài, rénjia dōu gēnbushàng le.

เธอเดินเร็วขนาดนี้ เค้าตามไม่ทันแล้วนะ

ถูกต้อง: “人家” หมายถึงตัวผู้พูด (“ฉัน/เค้า”) ด้วยน้ำเสียงบ่นนิดๆ แบบเป็นกันเอง

การเปรียบเทียบที่เป็นประโยชน์: “人家” เทียบกับ “别人”

ทั้ง “人家” และ “别人” สามารถแปลเป็นภาษาไทยได้ว่า “คนอื่น” ซึ่งทำให้สับสนได้ง่าย อย่างไรก็ตาม ขอบเขตการอ้างถึงและความยืดหยุ่นทางไวยากรณ์ของทั้งสองคำนี้แตกต่างกันอย่างชัดเจน:

  • การอ้างถึงบุรุษที่สาม: 人家 อ้างกลับถึงคนหรือกลุ่มที่ระบุแล้วได้ เช่น 张经理 ในตัวอย่าง ส่วน 别人 เน้น “คนอื่น” เมื่อเทียบกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่คำที่ใช้แทน 他 หรือ 她 หลังชื่อเป็นปกติ แต่ผู้ฟังยังอาจรู้ได้ว่าคนอื่นนั้นเป็นใคร
  • การอ้างถึงตนเอง: 人家 หมายถึง “ฉัน” ในคำพูดแสดงอารมณ์ได้ ส่วน 别人 ไม่ได้ใช้เป็นสรรพนามบุรุษที่หนึ่งแบบนั้นตามปกติ แต่หมายถึง “คนอื่น” โดยอาศัยมุมมองในบริบท
  • น้ำเสียงและระดับภาษา: “别人” มีความหมายเป็นกลางและใช้ได้ทั้งในการสนทนาทั่วไปและงานเขียนที่เป็นทางการ ส่วน “人家” เป็นภาษาพูดอย่างชัดเจนและมักแฝงความรู้สึกเชิงประเมินค่า เช่น ความชื่นชม ความเห็นใจ หรือการเปรียบเทียบ

这是别人的东西,你别乱动。

Zhè shì biérén de dōngxi, nǐ bié luàn dòng.

นี่เป็นของของคนอื่น เธออย่าไปหยิบจับมั่วซั่ว

别人 เสนอว่าเจ้าของเป็นคนอื่น ประโยคไม่ได้บอกว่าผู้ฟังรู้จักเจ้าของอยู่แล้วหรือไม่

ใน 这是别人的东西 คำว่า 别人 เปรียบเจ้าของกับบุคคลที่เกี่ยวข้องในบริบท หากเปลี่ยนเป็น 人家 อาจชี้ถึงเจ้าของที่กำลังกล่าวถึงอยู่ สิ่งของกับเจ้าของไม่จำเป็นต้องเปลี่ยน แต่เป็นวิธีนำเสนอการอ้างถึงที่ต่างกัน

ข้อจำกัดทางไวยากรณ์และข้อผิดพลาดที่ผู้เรียนพบบ่อย

หากต้องการสื่อว่า “คนหลายคน” ให้ใช้ 几个人 ไม่ใช่ 几个人家 เพราะสรรพนาม rénjia ไม่ใช่คำนามนับได้ 人 ส่วนคำนามอีกคำ rénjiā หมายถึงครัวเรือนและนับได้ เช่น 几户人家 ต้องแยกหน่วยที่ตั้งใจสื่อกับการออกเสียงให้ชัด

× 我昨天认识了几个人家。

Wǒ zuótiān rènshi le jǐ gè rénjia.

ความหมายที่ต้องการสื่อ: เมื่อวานฉันได้รู้จักคนไม่กี่คน

ไม่ถูกต้อง: คำสรรพนามแทนบุคคล “人家” (rénjia) ไม่สามารถนำมานับด้วยคำบอกจำนวนและลักษณนามอย่าง “几个” เพื่อสื่อความหมายว่า “คนไม่กี่คน” ได้ ให้เปลี่ยน “人家” เป็น “人” ดังที่แสดงใน “我昨天认识了几个人。”

ตัวอย่างที่แก้ไขแล้ว: 我昨天认识了几个人。

我昨天认识了几个人。

Wǒ zuótiān rènshi le jǐ gè rén.

เมื่อวานฉันได้รู้จักคนไม่กี่คน

การแก้ไขที่ถูกต้องสำหรับ “我昨天认识了几个人家。”: ใช้คำนามทั่วไป “人” หลังวลีบอกจำนวนและลักษณนามอย่าง “几个”

คำถามที่พบบ่อย

คำสรรพนามแทนบุคคล “人家” ออกเสียงอย่างไรเมื่อเทียบกับคำนามที่แปลว่าครัวเรือน?

เมื่อใช้เป็นคำสรรพนามแทนบุคคลที่หมายถึง คนอื่น เขา/พวกเขา หรือ ฉัน/เค้า พยางค์ที่สองจะออกเสียงเป็นเสียงเบา คือ rénjia แต่เมื่อเป็นคำนามที่หมายถึง ครัวเรือน ครอบครัว หรือบ้านของใครบางคน พยางค์ที่สองมักจะคงเสียงวรรณยุกต์ที่หนึ่งตามปกติ คือ rénjiā

สามารถเติม “们” ท้ายคำว่า “人家” เพื่อทำให้เป็นพหูพจน์ได้หรือไม่?

ในการใช้มาตรฐานไม่เติม 们 หลังสรรพนามนี้ 人家 อ้างถึงคนเดียวหรือกลุ่มคนได้ตามบริบทอยู่แล้ว จึงไม่ต้องมีปัจจัยพหูพจน์เพื่อแยกจำนวน

ทำไม “人家” ถึงถูกจัดอยู่ในระดับ HSK 6 ทั้งที่เป็นคำที่ใช้บ่อยในภาษาพูดในชีวิตประจำวัน?

ในโครงร่าง HSK ฉบับเดือนพฤศจิกายน 2025 ที่ผู้ใช้ให้มา (ซึ่งระบุไว้สำหรับการเริ่มใช้ในเดือนกรกฎาคม 2026) คำสรรพนามแทนบุคคล “人家” ถูกจัดไว้ในระดับ 6 ในหมวดคำสรรพนาม แม้ตัวอักษรจะดูง่าย แต่การเข้าใจการเปลี่ยนบุรุษที่อ้างถึง โครงสร้างคำซ้อนขยายนาม และข้อจำกัดด้านระดับภาษาอย่างถ่องแท้ ต้องอาศัยความเข้าใจเชิงวัจนปฏิบัติศาสตร์ระดับสูง ทั้งนี้ การจัดระดับในโครงร่างหลักสูตรนี้ใช้เพื่อกำหนดขอบเขตการสอนของเราในที่นี้เท่านั้น ไม่ได้เป็นการรับรองว่าศูนย์สอบแต่ละแห่งกำลังใช้ข้อสอบฉบับใดอยู่ในปัจจุบัน

แหล่งข้อมูลhsk.cn-bj.ufileos.com · หน้า PDF 401

เรียนต่อในแอป

ข้อสอบจำลองเต็มรูปแบบอยู่ในแอป HSKReady

HSKReady App