HSK 2 · ประเภทของประโยค › รูปประโยคพิเศษ › ประโยค 是……的 1
รูปประโยคพิเศษ HSK 2: โครงสร้าง “是……的” (shì...de) เพื่อเน้นเวลา สถานที่ วิธีการ และผู้กระทำ
รูป 是……的 นี้เน้นเวลา สถานที่ วิธีการ หรือผู้กระทำของเหตุการณ์ที่ถือเป็นข้อมูลพื้นหลัง เหตุการณ์อาจเป็นที่รู้กันแล้วหรือถูกถือว่าเข้าใจกันในบทสนทนา ไม่จำเป็นต้องให้ทั้งสองฝ่ายกล่าวไว้ชัด บทเรียนนี้เริ่มจากตัวอย่างเหตุการณ์อดีต

你是几点到公司的?
ใช้ถามเมื่อผู้ฟังอยู่ที่บริษัทแล้ว โดยเน้นถามถึงเวลาที่มาถึง
อ่านคำอธิบายและตัวอย่างทั้งหมด
หน้าที่ของโครงสร้าง “是……的” (shì...de)
ในโครงสร้างไวยากรณ์ระดับ HSK 2 รูปประโยคพิเศษ “是……的”句1 (ประโยค shì...de รูปแบบที่ 1) จะครอบคลุมการเน้นย้ำองค์ประกอบที่เฉพาะเจาะจง 4 ส่วนของเหตุการณ์ ได้แก่ เวลา (时间) สถานที่ (地点) วิธีการ (方式) และผู้กระทำกริยา (动作者)
การใช้โครงสร้างนี้ให้เป็นธรรมชาตินั้น คุณต้องเข้าใจบริบทที่จำเป็นต้องใช้เสียก่อน เราจะไม่ใช้ “是……的” (shì...de) เพียงเพื่อแจ้งให้ทราบว่ามีบางสิ่งเกิดขึ้นในอดีต แต่เราจะใช้เมื่อการกระทำหลักนั้นเป็นที่รับรู้กันอยู่แล้ว มองเห็นอยู่ตรงหน้า หรือเป็นสิ่งที่เข้าใจตรงกันในบทสนทนาอยู่แล้ว และคุณต้องการส่องไฟเน้นไปที่รายละเอียดแวดล้อมของเหตุการณ์นั้นๆ
การเน้นเวลา สถานที่ และวิธีการ
ตามลำดับคำมาตรฐานในภาษาจีน คำบอกเวลา สถานที่ และวิธีการจะอยู่หลังประธานและอยู่หน้าคำกริยาหลัก เมื่อคุณนำโครงสร้าง “是……的” (shì...de) มาครอบส่วนนี้ของประโยค โครงสร้างจะยังคงเป็นระเบียบชัดเจนเหมือนเดิม คือวาง “是” (shì) ไว้หน้าวลีบอกเวลา สถานที่ หรือวิธีการทันที ตามด้วยวลีกริยา และปิดท้ายด้วย “的” (de)
1. การเน้นเวลา (时间): สมมติว่าเพื่อนร่วมงานของคุณนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานในออฟฟิศแล้ว คุณทั้งคู่ต่างรู้ดีว่าเขามาถึงแล้ว หากต้องการถามว่ามาถึงตั้งแต่เมื่อไหร่ หรือต้องการบอกเวลาที่ชัดเจน ให้วาง “是” (shì) ไว้หน้าคำบอกเวลา
你是几点到公司的?
ใช้ถามเมื่อผู้ฟังอยู่ที่บริษัทแล้ว โดยเน้นถามถึงเวลาที่มาถึง
我是八点半到的。
ตอบคำถามที่เน้นเรื่องเวลา ส่วนจุดหมายปลายทาง (บริษัท) เป็นที่เข้าใจตรงกันจากบริบทอยู่แล้วจึงละไว้ได้
สมมติว่าเพื่อนรู้แล้วว่าคุณซื้อเสื้อผ้าตัวนี้และอยากถามว่าซื้อที่ไหน เสื้อผ้าเป็นหัวเรื่องได้ และวาง 是 หน้า วลีสถานที่ 在那个商店 การเห็นเสื้อผ้าใหม่ลำพังไม่ได้พิสูจน์ว่าคนใส่เป็นผู้ซื้อ
这件衣服是在那个商店买的。
เน้นสถานที่ที่เกิดการซื้อขายซึ่งทราบกันดีอยู่แล้ว
3. การเน้นวิธีการ (方式): ในระดับ HSK 2 เรื่องวิธีการมักจะเกี่ยวข้องกับรูปแบบการเดินทาง (เช่น นั่งแท็กซี่ นั่งรถเมล์ หรือนั่งเครื่องบิน) หรือวิธีการที่ทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ซึ่งมักใช้คำถามว่า “怎么” (zěnme, อย่างไร) เช่นเดียวกันคือ คุณรู้อยู่แล้วว่าพวกเขาไปสถานีรถไฟมา แต่คุณกำลังถามหรือบอกถึงวิธีการเดินทางที่ใช้
你们是怎么去火车站的?
ถามถึงวิธีการหรือยานพาหนะที่ใช้ในการเดินทางที่เกิดขึ้นไปแล้ว
我们是坐出租车去的。
เน้นวิธีการเดินทาง (การนั่งรถแท็กซี่)
การเน้นผู้กระทำกริยา
4. การเน้นผู้กระทำ (动作者): เมื่อคุณต้องการเน้นว่าใครเป็นคนทำกริยานั้น สิ่งที่ได้รับผลจากการกระทำมักจะถูกวางไว้ต้นประโยคในฐานะหัวเรื่องที่รับรู้ร่วมกันอยู่แล้ว จากนั้นวาง “是” (shì) ไว้ข้างหน้าบุคคล (ผู้กระทำ) ที่ทำกริยานั้นโดยตรง ตามด้วยคำกริยาและ “的” (de)
ตัวอย่างเช่น หากอาหารเย็นวางอยู่บนโต๊ะเรียบร้อยแล้ว ทุกคนย่อมรู้ดีว่าอาหารเย็นทำเสร็จแล้ว แต่ถ้าคุณต้องการชี้ชัดว่าเป็นคุณพ่อ (ไม่ใช่คนอื่น) ที่เป็นคนทำ คุณก็วาง “是” (shì) ไว้หน้าคำว่า “爸爸” (bàba) ได้เลย
今天的晚饭是爸爸做的。
เน้นผู้กระทำ (คุณพ่อ) ที่ทำกริยาการทำอาหารเย็นซึ่งเห็นผลลัพธ์อยู่แล้ว
- การตั้งคำถาม: คุณไม่จำเป็นต้องสลับลำดับคำเพื่อถามรายละเอียดเหล่านี้ เพียงแค่วางคำแสดงคำถาม เช่น “几点” (jǐ diǎn, กี่โมง) “在哪儿” (zài nǎr, ที่ไหน) “怎么” (zěnme, อย่างไร) หรือ “谁” (shéi, ใคร) ลงในตำแหน่งหลัง “是” (shì) ได้เลย
- การละคำในภาษาพูด: ในประโยคบอกเล่า บางครั้งผู้พูดอาจละคำว่า “是” (shì) ได้หากบริบทนั้นแสดงการเน้นย้ำชัดเจนอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม การคงไว้ทั้ง “是” (shì) และ “的” (de) ยังคงเป็นวิธีที่ชัดเจนที่สุดในการบ่งบอกจุดเน้น
- การปฏิเสธ: เมื่อต้องการแก้ไขรายละเอียดให้ถูกต้อง (เช่น บอกว่าไม่ใช่คุณพ่อที่เป็นคนทำ หรือไม่ได้นั่งรถเมล์มา) ให้เปลี่ยนรูปเป็นปฏิเสธโดยแทนที่ “是” (shì) ด้วย “不是” (bú shì) และยังคงเก็บ “的” (de) ไว้ท้ายประโยคเหมือนเดิม
ข้อเปรียบเทียบสำคัญ: “是……的” (shì...de) กับการรายงานเหตุการณ์ด้วย “了” (le)
จุดที่ผู้เรียนมักสับสนคือการเลือกระหว่างประโยคที่ใช้ “了” (le) กับประโยค “是……的” (shì...de) เพราะเมื่อแปลเป็นภาษาไทยแล้ว ทั้งสองแบบต่างก็พูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นไปแล้วเหมือนกัน ความแตกต่างไม่ได้อยู่ที่เรื่องของกาลเวลา แต่อยู่ที่โครงสร้างข้อมูลและจุดเน้นในการสื่อสาร
爸爸做了今天的晚饭。
การรายงานเหตุการณ์แบบปกติโดยใช้ “了” (le) เพื่อแจ้งให้ทราบว่าการกระทำนั้นเกิดขึ้น ไม่ใช่การดึงรายละเอียดของเหตุการณ์ที่รู้กันอยู่แล้วออกมาเน้น
ในคู่เปรียบเทียบเพื่อสอนพื้นฐาน 爸爸做了今天的晚饭 รายงานเหตุการณ์ ส่วน 今天的晚饭是爸爸做的 ระบุว่าพ่อเป็นคนทำบนพื้นหลังที่ถือว่ารู้แล้ว แต่ 了 ลำพังไม่ได้บังคับว่าเหตุการณ์ทั้งหมดต้องเป็นข้อมูลใหม่ บริบทกับน้ำหนักเสียงยังเน้นคุณพ่อในประโยคเหตุการณ์ธรรมดาได้
- ใช้ประโยคโครงสร้าง คำกริยา + “了” (le) แบบปกติ เมื่อเป้าหมายหลักของคุณคือการบอกให้ผู้ฟังทราบว่ามีการกระทำหนึ่งเกิดขึ้น
- ใช้โครงสร้าง “是……的” (shì...de) เมื่อผู้ฟังรู้อยู่แล้วว่าการกระทำนั้นเกิดขึ้นแล้ว แต่เป้าหมายหลักของคุณคือการระบุหรือถามเจาะจงว่าเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ที่ไหน อย่างไร หรือใครเป็นคนทำ
คำถามที่พบบ่อย
คำว่า “是” (shì) ในประโยค “是……的” (shì...de) ยังแปลว่า 'เป็น/คือ' อยู่หรือไม่
แทนที่จะทำหน้าที่เป็นคำกริยาเชื่อมที่บอกว่า 'A คือ B' แบบปกติ คำว่า “是” (shì) จะทำงานร่วมกับ “的” (de) ที่ท้ายประโยคเพื่อเป็นกรอบเน้นข้อความที่ตามหลัง “是” (shì) ทันที หากเทียบกับภาษาไทย อารมณ์ของประโยคจะคล้ายกับการพูดเน้นว่า '...ตอนแปดโมงครึ่งน่ะ' หรือ '...คุณพ่อเป็นคนทำนะ' เพื่อชี้จุดสนใจไปยังข้อมูลส่วนนั้น
เราจะรู้ได้อย่างไรว่าต้องวาง “是” (shì) ไว้ตรงไหนของประโยค
ให้วาง “是” (shì) ไว้ข้างหน้าข้อมูลที่คุณต้องการเน้นโดยตรง นั่นคือวางไว้หน้าวลีบอกเวลา วลีบอกสถานที่ วลีบอกวิธีการ หรือหน้าผู้กระทำกริยานั้นทันที
เราสามารถใช้โครงสร้าง “是……的” (shì...de) รูปแบบนี้กับเหตุการณ์ที่ยังไม่เกิดขึ้นได้ไหม
การเน้นรายละเอียดเหตุการณ์พื้นฐานที่เรียนนี้โดยปกติย้อนถึงเหตุการณ์ที่ถือว่าเกิดขึ้นแล้ว อย่าใช้เป็นสูตรอดีตกาลเฉยๆ แต่ประโยคคล้ายกันยังพูดถึงแผนอนาคตที่ตกลงไว้ได้ เช่น 明天我是坐飞机去的 ซึ่งยืนยันหรือเปรียบต่างแผน ไม่ได้รายงานว่าเดินทางเสร็จแล้ว ต้องดูบริบทแยกการใช้