# คู่มือไวยากรณ์ HSK 2 เรื่องวลีกริยาเรียง (连谓短语) | HSKReady

Canonical: https://hskready.app/th/grammar/hsk-2-structures-27ffed6e98
Language: th
Content ID: web-grammar-hsk-2-structures-27ffed6e98
HSK levels: 2
Updated: 2026-10-23T04:55:49.488Z
Scope: published website educational content; full vocabulary, question bank and mock exams remain in the app.

เรียนรู้วิธีสร้างและใช้วลีกริยาเรียงภาษาจีน (连谓短语) ในระดับ HSK 2 ครอบคลุมลำดับเหตุการณ์ จุดประสงค์ ลักษณะอาการ และกฎการเรียงลำดับคำ

ไวยากรณ์

[HSK 2 · วลี › ประเภทตามโครงสร้าง › โครงสร้างประเภทอื่น](https://hskready.app/th/grammar/hsk-2#hsk-2-g036)

# วลีกริยาเรียง (连谓短语) ใน HSK 2: การเชื่อมเหตุการณ์ตามลำดับ

วลีกริยาเรียง (连谓短语) คือการนำวลีกริยาตั้งแต่สองวลีขึ้นไปมาวางเรียงต่อกันโดยตรงภายใต้ประธานตัวเดียวกันโดยไม่มีคำเชื่อม ในภาษาจีน ลำดับของวลีกริยาเหล่านี้จะเรียงตามลำดับเวลา วิธีการก่อนการกระทำ หรือการเคลื่อนที่ก่อนจุดประสงค์

ประธาน วลีกริยาที่ 1 วลีกริยาที่ 2

ตัวอย่างประโยค

我去商店买水果。

Wǒ qù shāngdiàn mǎi shuǐguǒ.

ฉันไปร้านค้าเพื่อซื้อผลไม้

วลีกริยาที่ 1 (ไปร้านค้า) บอกการเคลื่อนที่ ส่วนวลีกริยาที่ 2 (ซื้อผลไม้) บอกจุดประสงค์

**อ่านคำอธิบายและตัวอย่างทั้งหมด**

## วลีกริยาเรียง (连谓短语) คืออะไร?

ในโครงร่างไวยากรณ์ HSK 2 ที่กำหนดไว้ วลีกริยาเรียง (连谓短语, liánwèi duǎnyǔ) จัดอยู่ในกลุ่มโครงสร้างวลีประเภทอื่นๆ วลีกริยาเรียงประกอบด้วยวลีกริยาตั้งแต่สองวลีขึ้นไปที่นำมาวางเรียงต่อกันภายในอนุประโยคเดียว โดยวลีกริยาทั้งหมดจะอ้างอิงกลับไปยังประธานตัวเดียวกัน และไม่มีการวางคำสันธานหรือคำบุพบทคั่นกลางระหว่างวลีกริยาเหล่านั้น

ประธาน วลีกริยาที่ 1 วลีกริยาที่ 2

ในขณะที่ภาษาไทยบางครั้งอาจใช้คำเชื่อมอย่างเช่น 'เพื่อ' 'โดย' 'ด้วย' หรือ 'แล้วก็' เพื่อขยายหรือเชื่อมความสัมพันธ์ของการกระทำหนึ่งเข้ากับอีกการกระทำหนึ่ง แต่ภาษาจีนกลางเพียงแค่นำวลีกริยามาเรียงต่อกันตามลำดับเหตุผลที่ตายตัว เนื่องจากไม่มีคำเชื่อม ตำแหน่งของวลีกริยาแต่ละตัวจึงเป็นสิ่งบอกผู้ฟังว่าการกระทำเหล่านั้นมีความสัมพันธ์กันอย่างไร

## ความสัมพันธ์หลักระหว่างวลีกริยา

ในระดับต้น วลีกริยาเรียงมักใช้สื่อถึงความสัมพันธ์ที่พบบ่อยในชีวิตประจำวันอยู่ 5 รูปแบบ การเข้าใจว่าคุณกำลังสร้างความสัมพันธ์แบบใดจะช่วยให้วางลำดับคำกริยาได้อย่างถูกต้อง

- การเคลื่อนที่และจุดประสงค์: วลีกริยาแรกบอกการเคลื่อนที่ (มักใช้ 去 qù ที่แปลว่า 'ไป' หรือ 来 lái ที่แปลว่า 'มา' โดยจะมีสถานที่ตามมาหรือไม่ก็ได้) และวลีกริยาที่สองบอกจุดประสงค์ของการเดินทางนั้น

- วิธีการหรือเครื่องมือและการกระทำหลัก: วลีกริยาแรกระบุยานพาหนะ เครื่องมือ หรือวิธีการที่ใช้ และวลีกริยาที่สองระบุการกระทำที่เกิดขึ้นด้วยวิธีการนั้น

- ลำดับเหตุการณ์ตามเวลา: การกระทำสองอย่างเกิดขึ้นต่อเนื่องกันทันที โดยการกระทำที่เกิดก่อนจะต้องวางไว้ข้างหน้าในประโยคเสมอ

- ท่าทาง/ลักษณะอาการและการกระทำที่เกิดควบคู่กัน: คำกริยาตัวแรกจะมีคำช่วยบอกสภาพต่อเนื่อง 着 (zhe) ตามหลังเพื่อแสดงท่าทางหรือสภาวะที่กำลังดำเนินอยู่ในขณะที่การกระทำที่สองเกิดขึ้น

- การมีอยู่และการกระทำที่ตามมา: คำกริยาตัวแรกคือ 有 (yǒu แปลว่า 'มี') ซึ่งทำหน้าที่นำเสนอคำนาม และวลีกริยาที่สองเป็นตัวกระทำต่อคำนามนั้น

ประธาน 去 / 来 สถานที่ วลีกริยาที่ 2

我去商店买水果。

Wǒ qù shāngdiàn mǎi shuǐguǒ.

ฉันไปร้านค้าเพื่อซื้อผลไม้

วลีกริยาที่ 1 (ไปร้านค้า) บอกการเคลื่อนที่ ส่วนวลีกริยาที่ 2 (ซื้อผลไม้) บอกจุดประสงค์

ประธาน วลีกริยาบอกวิธีการ วลีกริยาที่ 2

他坐公共汽车去学校。

Tā zuò gōnggòng qìchē qù xuéxiào.

เขานั่งรถเมล์ไปโรงเรียน (เขาไปโรงเรียนโดยรถเมล์)

แปลตรงตัวคือ 'เขานั่งรถเมล์ไปโรงเรียน' วิธีการเดินทางจะต้องวางไว้หน้าคำกริยาที่บอกจุดหมายปลายทางหลัก

姐姐开门走进去。

Jiějie kāi mén zǒu jìnqù.

พี่สาวเปิดประตูแล้วเดินเข้าไป

ลำดับเหตุการณ์ตามเวลา: การเปิดประตูเกิดขึ้นก่อน และการเดินเข้าไปเกิดขึ้นเป็นลำดับที่สอง

老师坐着看书。

Lǎoshī zuòzhe kàn shū.

คุณครูนั่งอ่านหนังสือ

คำกริยาตัวแรกมี 着 (zhe) ตามหลังเพื่อบรรยายท่าทางที่คงอยู่ระหว่างที่ทำกริยาตัวที่สอง

我有一个问题问你。

Wǒ yǒu yí gè wèntí wèn nǐ.

ฉันมีคำถามหนึ่งข้อจะถามคุณ

วลีกริยาตัวแรกใช้ 有 (yǒu) เพื่อนำเสนอคำนามที่เป็นกรรม และวลีกริยาตัวที่สองแสดงการกระทำต่อกรรมนั้น

## กฎเหล็กของการเรียงลำดับคำและข้อผิดพลาดที่ผู้เรียนพบบ่อย

ในรูปวิธีการกับการกระทำ ให้วางวิธีการก่อน เช่น 坐公共汽车去学校 เพื่อบอกว่าเดินทางอย่างไร ไม่ได้หมายความว่ากิจกรรมแรกต้องเสร็จก่อนเริ่มกิจกรรมที่สองเสมอ ท่าทางกับการกระทำก็ซ้อนทับกันได้ เช่น 坐着看书 จึงต้องเลือกลำดับตามความสัมพันธ์ที่ต้องการสื่อ

ผู้เรียนชาวไทยมักจะสลับลำดับนี้โดยเผลอพูดตามโครงสร้างภาษาไทยที่สามารถวาง 'โดยรถเมล์' หรือ 'ด้วยตะเกียบ' ไว้ท้ายประโยคได้ (เช่น 'ไปโรงเรียนโดยรถเมล์') แม้ว่าวลีบอกจุดประสงค์จะวางไว้ข้างหลังเหมือนกันทั้งสองภาษา (เช่น 'ไปร้านค้าซื้อผลไม้' เพราะต้องเดินทางไปก่อนแล้วค่อยทำธุระทีหลัง) แต่วลีที่บอกยานพาหนะและเครื่องมือในภาษาจีนจะไม่สามารถนำมาวางไว้หลังการกระทำหลักเพื่อบอกว่าเดินทางไปที่นั่นด้วยวิธีใดได้

他去学校坐公共汽车。

Tā qù xuéxiào zuò gōnggòng qìchē.

เขาไปโรงเรียนเพื่อขึ้นรถเมล์

ประโยคนี้ถูกไวยากรณ์ได้ หากโรงเรียนเป็นสถานที่ที่เขาไปขึ้นรถเมล์ แต่ไม่ได้สื่อวิธีเดินทางว่า “ไปโรงเรียนโดยรถเมล์” ซึ่งใช้ 他坐公共汽车去学校 การเปลี่ยนลำดับเปลี่ยนความสัมพันธ์ ไม่จำเป็นว่าทำให้ผิดไวยากรณ์

ข้อควรระวัง: การเปลี่ยนลำดับของวลีกริยาในภาษาจีนจะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างกริยาเปลี่ยนไปทันที การวางคำว่า 'ไปโรงเรียน' ไว้หน้า 'นั่งรถเมล์' จะทำให้การนั่งรถเมล์กลายเป็นจุดประสงค์ของการไปโรงเรียน แทนที่จะเป็นวิธีการเดินทางไปโรงเรียน

## การเปรียบเทียบที่เป็นประโยชน์และข้อจำกัดทางโครงสร้าง

ไม่ใช่ทุกประโยคที่มีคำกริยาสองตัวจะเป็นวลีกริยาเรียง (连谓短语) เพื่อให้ใช้ไวยากรณ์ได้อย่างแม่นยำ ควรแยกแยะโครงสร้างนี้ออกจากโครงสร้างที่ใกล้เคียงกันอีกสองประเภทดังนี้:

- วลีกริยาเรียง เทียบกับ วลีเชื่อมความเสมอภาค (联合短语): ในวลีเชื่อมความเสมอภาค การกระทำทั้งสองอย่างเป็นอิสระต่อกัน มีความสำคัญเท่ากัน และมักจะสลับตำแหน่งกันได้ หรือคั่นด้วยการเว้นจังหวะหรือคำเชื่อมได้ (เช่น การบอกงานอดิเรกสองอย่างที่แยกจากกัน) แต่ในวลีกริยาเรียง ลำดับจะถูกกำหนดตายตัวตามเวลา วิธีการ หรือจุดประสงค์ หากสลับตำแหน่งกันจะทำให้ประโยคเสียความหมายหรือความหมายเปลี่ยนไป

- วลีกริยาเรียง เทียบกับ วลีควบบทบาท (兼语短语): ในวลีกริยาเรียง ประธานตัวเดียวกันเป็นผู้กระทำทั้งกริยาที่ 1 และกริยาที่ 2 แต่ในประโยคควบบทบาท (เช่น การขอร้องหรือสั่งให้ใครทำบางสิ่ง) กรรมของกริยาที่ 1 จะกลายเป็นผู้กระทำกริยาที่ 2

- ข้อจำกัดของการปฏิเสธ: หากต้องการปฏิเสธวลีกริยาเรียงทั้งหมด (เช่น บอกว่าไม่ได้นั่งรถเมล์ไปโรงเรียน หรือไม่ได้ไปร้านค้าเพื่อซื้อผลไม้) คำปฏิเสธ 不 (bù) หรือ 没 (méi) ตามปกติจะวางไว้หน้าวลีกริยาตัวแรก ไม่ใช่วางคั่นกลางระหว่างคำกริยาสองตัว

## คำถามที่พบบ่อย

**ต้องใส่คำที่แปลว่า 'เพื่อ' หน้าคำกริยาตัวที่สองเมื่อต้องการบอกจุดประสงค์หรือไม่?**

ไม่จำเป็น ในโครงสร้างวลีกริยาเรียงมาตรฐาน วลีกริยาตัวที่สองจะวางตามหลังวลีกริยาตัวแรกโดยตรงโดยไม่ต้องมีคำเชื่อมใดๆ

**ต้องวางคำว่า 不 (bù) หรือ 没 (méi) ไว้ตรงไหนในวลีกริยาเรียง?**

หากปฏิเสธทั้งรูปหรือวิธีการ ให้วาง 不/没 หน้ากริยาตัวแรก เช่น 不坐车去学校 แต่หากปฏิเสธเฉพาะการกระทำทีหลัง คำปฏิเสธก็อยู่ทีหลังได้ เช่น 我去商店不买水果，只看看 “ฉันไปร้านค้าแต่ไม่ซื้อผลไม้ แค่ดู” ให้ดูขอบเขตความหมายที่ต้องการ

**การศึกษาเนื้อหา HSK 2 หัวข้อนี้เป็นการรับประกันหรือไม่ว่าจะออกสอบในรอบที่ฉันสมัครไว้?**

ไม่รับประกัน ป้ายกำกับระดับ 2 อ้างอิงตามโครงร่างหลักสูตรฉบับเดือนพฤศจิกายน 2025 ที่ให้มา (ซึ่งระบุว่าจะเริ่มใช้ในเดือนกรกฎาคม 2026) โดยใช้เพื่อกำหนดขอบเขตเนื้อหาการสอนในที่นี้เท่านั้น แต่ไม่ได้เป็นการยืนยันว่าศูนย์สอบแต่ละแห่งจะใช้ข้อสอบฉบับใดในวันสอบจริงของคุณ

**แหล่งข้อมูล**[hsk.cn-bj.ufileos.com · หน้า PDF 390](https://hsk.cn-bj.ufileos.com/3.0/%E6%96%B0%E7%89%88HSK%E8%80%83%E8%AF%95%E5%A4%A7%E7%BA%B21219.pdf#page=390)

## เรียนต่อในแอป

ข้อสอบจำลองเต็มรูปแบบอยู่ในแอป HSKReady

[![Download on the App Store](https://hskready.app/download-on-app-store-black.svg)ดาวน์โหลดบน App Store](https://apps.apple.com/th/app/id6791916440?l=th)[![Get it on Google Play](https://hskready.app/get-it-on-google-play.svg)ใช้ Android? Google Play](https://play.google.com/store/apps/details?id=com.curiolab.hskready&hl=th&gl=TH)

[HSKReady App](https://hskready.app/th/app)
