# ไวยากรณ์ HSK 1: ประโยคความรวมที่ไม่ใช้คำเชื่อม (不用关联词语的复句) | HSKReady

Canonical: https://hskready.app/th/grammar/hsk-1-complex-sentences-without-connectives-g059
Language: th
Content ID: web-grammar-hsk-1-g059
HSK levels: 1
Updated: 2026-10-23T04:55:24.958Z
Scope: published website educational content; full vocabulary, question bank and mock exams remain in the app.

เรียนรู้วิธีสร้างประโยคความรวมภาษาจีนอย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่ต้องใช้คำเชื่อมในระดับ HSK 1 เข้าใจการเรียงลำดับคำ การใช้เครื่องหมายจุลภาค และความสัมพันธ์เชิงตรรกะ

ไวยากรณ์

[HSK 1 · ประเภทของประโยค › ประโยคความรวมและความซ้อน › ประโยคหลายอนุประโยคที่ไม่มีคำเชื่อม](https://hskready.app/th/grammar/hsk-1#hsk-1-g059)

# HSK 1 ประโยคความรวมที่ไม่ใช้คำเชื่อม (不用关联词语的复句)

ในภาษาจีน เราสามารถนำอนุประโยคตั้งแต่สองอนุประโยคขึ้นไปมารวมเป็นประโยคความรวมประโยคเดียวได้ง่ายๆ โดยวางเรียงต่อกันและคั่นด้วยเครื่องหมายจุลภาค โดยไม่จำเป็นต้องใช้คำเชื่อมอย่าง "และ" "แล้วก็" หรือ "ดังนั้น" ความหมายและความสัมพันธ์เชิงตรรกะจะสื่อผ่านบริบทและการเรียงลำดับคำตามธรรมชาติ

อนุประโยคแรก ， อนุประโยคที่สอง 。

ตัวอย่างประโยค

我是学生，他是老师。

Wǒ shì xuéshēng, tā shì lǎoshī.

ฉันเป็นนักเรียน เขาเป็นครู

อนุประโยคคู่ขนานสองอนุประโยคที่มีประธานต่างกัน วางเรียงเคียงกันโดยไม่ใช้คำเชื่อม

**อ่านคำอธิบายและตัวอย่างทั้งหมด**

## ประโยคความรวมที่ไม่ใช้คำเชื่อมคืออะไร?

ในโครงร่าง HSK 1 มีหัวข้อประโยคที่เชื่อมอนุประโยคโดยไม่ใช้คำเชื่อม ผู้พูดภาษาไทยก็คุ้นกับการวางข้อความเกี่ยวข้องกันต่อเนื่องโดยอาศัยบริบทได้เช่นกัน ในภาษาเขียนจีนมักใช้จุลภาคคั่นส่วนเหล่านี้ ส่วนภาษาไทยมีธรรมเนียมการเว้นวรรคและใช้เครื่องหมายต่างกัน จึงไม่ควรเทียบรูปเครื่องหมายแบบคำต่อคำ

ภาษาจีนกลางมีหลักการที่ชัดเจนในการวางอนุประโยคเรียงเคียงกัน เพื่อให้เข้าใจความสัมพันธ์เชิงตรรกะได้โดยตรงจากบริบท คำบอกเวลา และลำดับเหตุการณ์ ในระดับเริ่มต้น การเชื่อมอนุประโยคสั้นๆ สองอนุประโยคที่เกี่ยวข้องกันด้วยเครื่องหมายจุลภาค มักเป็นวิธีพูดและเขียนที่เป็นธรรมชาติที่สุด

## โครงสร้างพื้นฐานและการละประธาน

วิธีพื้นฐานที่สุดในการสร้างประโยคความรวมแบบไม่มีคำเชื่อม คือการวางอนุประโยคที่สมบูรณ์สองอนุประโยคเรียงต่อกัน โดยคั่นด้วยการเว้นจังหวะสั้นๆ ในภาษาพูด และใช้เครื่องหมายจุลภาคในภาษาเขียน หากทั้งสองอนุประโยคมีประธานคนละตัวกัน ก็ให้ระบุประธานทั้งสองตัวให้ชัดเจน

อนุประโยคแรก ， อนุประโยคที่สอง 。

เมื่อใช้ประธานร่วมกันและยังเข้าใจชัด มักละประธานในส่วนหลังได้ แต่การกล่าวซ้ำก็เป็นธรรมชาติเมื่อต้องการเน้น เปรียบต่าง หรือข้อความยาว หากผู้กระทำเปลี่ยน โดยทั่วไปควรระบุคนใหม่ให้ผู้ฟังตามได้ เว้นแต่บริบทชัดอยู่แล้ว

ประธานที่ใช้ร่วมกัน การกระทำหรือสภาพที่หนึ่ง ， การกระทำหรือสภาพที่สอง 。

## ความสัมพันธ์เชิงตรรกะที่พบบ่อย 3 รูปแบบในระดับ HSK 1

ไม่มีคำเชื่อมไม่ได้หมายความว่าไม่มีความสัมพันธ์ บริบท ความหมายคำ และลำดับอนุประโยคต้องช่วยให้เข้าใจความเชื่อมโยงได้ ข้อเท็จจริงคู่ขนาน ลำดับเหตุการณ์ และเหตุผลกับการตัดสินใจ เป็นสามตัวอย่างพื้นฐาน ไม่ใช่ความสัมพันธ์ที่มีได้ทั้งหมด

รูปแบบแรก ใช้แสดงข้อเท็จจริงที่คู่ขนานกันหรือเปรียบเทียบความต่างเล็กน้อยโดยวางเคียงกัน คุณเพียงแค่บอกสิ่งที่เกิดขึ้นกับคนแรกหรือสิ่งแรก ใส่เครื่องหมายจุลภาค แล้วบอกสิ่งที่เกิดขึ้นกับคนที่สองหรือสิ่งที่สอง โดยไม่จำเป็นต้องแทรกคำว่า "และ" หรือ "ส่วน"

我是学生，他是老师。

Wǒ shì xuéshēng, tā shì lǎoshī.

ฉันเป็นนักเรียน เขาเป็นครู

อนุประโยคคู่ขนานสองอนุประโยคที่มีประธานต่างกัน วางเรียงเคียงกันโดยไม่ใช้คำเชื่อม

哥哥喝茶，妹妹喝牛奶。

Gēge hē chá, mèimei hē niúnǎi.

พี่ชายดื่มชา น้องสาวดื่มนม

แสดงการกระทำที่คู่ขนานกันและเปรียบเทียบความต่างเล็กน้อย โดยใช้เพียงเครื่องหมายจุลภาคคั่นระหว่างอนุประโยค

ถ้าเล่าลำดับโดยไม่มีตัวบ่งชี้ การวางเหตุการณ์ก่อนขึ้นก่อนเป็นหลักพื้นฐานที่ช่วยได้ คำบอกเวลาก็ทำให้การเรียงแบบอื่นในข้อความชัดได้เช่นกัน ตัวอย่างไปโรงเรียนตอนเช้าแล้วกลับบ้านตอนบ่ายเรียงตามเวลาอยู่แล้ว จึงไม่ต้องมีคำว่า แล้วก็ แยกอีก

我上午去学校，下午回家。

Wǒ shàngwǔ qù xuéxiào, xiàwǔ huí jiā.

ตอนเช้าฉันไปโรงเรียน ตอนบ่ายกลับบ้าน

ลำดับเหตุการณ์ตามเวลา โดยละประธานที่ใช้ร่วมกัน (我) ในอนุประโยคที่สอง

รูปแบบที่สาม ใช้แสดงสาเหตุหรือเงื่อนไขตามธรรมชาติ แล้วตามด้วยผลลัพธ์หรือการตัดสินใจ สถานการณ์แวดล้อมหรือเหตุผลจะอยู่ในอนุประโยคแรก ส่วนการกระทำที่เป็นผลลัพธ์หรือการตัดสินใจว่าจะไม่ทำอะไรจะอยู่ในอนุประโยคที่สอง

今天下大雨，我们不出去。

Jīntiān xià dà yǔ, wǒmen bù chūqù.

วันนี้ฝนตกหนัก พวกเราไม่ออกไปข้างนอก

อนุประโยคแรกบอกเหตุผลหรือสถานการณ์ และอนุประโยคที่สองบอกการตัดสินใจที่เป็นผลลัพธ์ โดยไม่จำเป็นต้องมีคำว่า "ดังนั้น" หรือ "ก็เลย"

## การรวมประโยคบอกเล่าและประโยคคำถามในบทสนทนา

ประโยคความรวมแบบไม่มีคำเชื่อมยังนำไปใช้ได้จริงอย่างมากในบทสนทนาประจำวัน เมื่อคุณต้องการบอกแผนการของตัวเองแล้วถามถึงแผนการของผู้ฟังต่อทันที อนุประโยคแรกจะทำหน้าที่เป็นประโยคบอกเล่า และอนุประโยคที่สองทำหน้าที่เป็นประโยคคำถาม โดยปิดท้ายทั้งประโยคด้วยเครื่องหมายปรัศนีย์

我去商店，你去吗？

Wǒ qù shāngdiàn, nǐ qù ma?

ฉันจะไปร้านค้า คุณไปไหม?

รวมประโยคบอกเล่าในอนุประโยคแรกเข้ากับประโยคคำถามแบบใช่หรือไม่ในอนุประโยคที่สอง

## ข้อเปรียบเทียบสำคัญและข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

ความเคยชินที่ผู้เรียนชาวไทยต้องระวังมากที่สุด คือการใช้คำเชื่อมคำนาม 和 (hé ที่แปลว่า "และ" หรือ "กับ") มาเชื่อมอนุประโยคสองอนุประโยคเข้าด้วยกัน ในภาษาจีน คำว่า 和 ใช้เชื่อมคำนามหรือคำสรรพนามภายในวลีเท่านั้น ไม่ได้ใช้เชื่อมประโยคเต็มที่มีภาคแสดงแยกกัน เมื่อคุณมีสองอนุประโยคที่มีคำกริยาหรือคำคุณศัพท์ของตัวเอง ให้คั่นด้วยเครื่องหมายจุลภาคได้เลย

- ใช้เครื่องหมายจุลภาคเชื่อมประโยคได้อย่างมั่นใจ: ในภาษาจีน การนำอนุประโยคที่เกี่ยวข้องกันมาคั่นด้วยเครื่องหมายจุลภาคถือเป็นหลักไวยากรณ์มาตรฐาน

- ในการเล่าเหตุการณ์ง่ายๆ เรียงก่อนแล้วหลังจะชัด ส่วนคำอธิบายใช้เหตุผลก่อนการตัดสินใจได้ดี แต่ลำดับอื่นก็เป็นไปได้เมื่อคำบอกเวลากับบริบททำให้ความสัมพันธ์ชัดเจน

- อนุประโยคสองส่วนใช้กริยาเดียวกันกับประธานต่างกันก็ได้ เช่น 我喝茶，他喝茶 สิ่งสำคัญคือมีความสัมพันธ์ที่สื่อได้ ไม่ใช่กริยาต้องต่างกัน รูปที่มี 也 หรือ 还 เป็นอีกวิธีแสดงความสัมพันธ์ให้ชัด

วิธีสังเกตง่ายๆ: หากอนุประโยคทั้งสองของคุณมีคำบอกเวลาที่ชัดเจน มีประธานที่คู่ขนานกัน หรือมีสถานการณ์ที่เป็นเหตุเป็นผลกันอย่างชัดเจนอยู่แล้ว ให้ใช้เครื่องหมายจุลภาคและอาศัยบริบทได้เลย โดยไม่ต้องฝืนแปลคำเชื่อมจากภาษาไทยใส่ลงไป

## คำถามที่พบบ่อย

**ในภาษาจีน การเชื่อมประโยคที่สมบูรณ์สองประโยคด้วยเครื่องหมายจุลภาคเพียงอย่างเดียวถูกหลักไวยากรณ์จริงๆ หรือ?**

ถูกต้อง ไวยากรณ์ภาษาจีนอนุญาตให้นำอนุประโยคที่มีความเกี่ยวข้องกันอย่างใกล้ชิดมารวมเป็นประโยคความรวมโดยใช้เพียงเครื่องหมายจุลภาคคั่นได้ ตราบใดที่ทั้งสองส่วนยังอยู่ในความคิดหรือสถานการณ์เดียวกัน

**ลำดับของอนุประโยคสำคัญไหมถ้าไม่มีคำเชื่อม?**

สำคัญ เมื่อไม่มีคำเชื่อม ลำดับช่วยนำการตีความ หากจะเล่าลำดับง่ายๆ ให้เรียงตามเวลา แต่ถ้าเรียงแบบอื่นให้มีบริบทหรือคำบอกเวลาช่วย เหตุผลมักมาก่อนการตัดสินใจ แต่ผู้พูดอาจบอกการตัดสินใจก่อนแล้วค่อยอธิบายเหตุผลได้

**ฉันควรพูดหรือเขียนประธานซ้ำในอนุประโยคที่สองไหม?**

ละประธานที่ซ้ำได้เมื่อเข้าใจว่าเป็นใครง่าย และกล่าวซ้ำเมื่อช่วยให้ชัด เน้น หรือเปรียบต่าง หากประธานเปลี่ยนโดยทั่วไปให้ระบุคนใหม่ แต่บางครั้งบริบทอาจทำให้ละได้โดยยังเข้าใจตรงกัน

**แหล่งข้อมูล**[hsk.cn-bj.ufileos.com · หน้า PDF 388](https://hsk.cn-bj.ufileos.com/3.0/%E6%96%B0%E7%89%88HSK%E8%80%83%E8%AF%95%E5%A4%A7%E7%BA%B21219.pdf#page=388)

## เรียนต่อในแอป

ข้อสอบจำลองเต็มรูปแบบอยู่ในแอป HSKReady

[![Download on the App Store](https://hskready.app/download-on-app-store-black.svg)ดาวน์โหลดบน App Store](https://apps.apple.com/th/app/id6791916440?l=th)[![Get it on Google Play](https://hskready.app/get-it-on-google-play.svg)ใช้ Android? Google Play](https://play.google.com/store/apps/details?id=com.curiolab.hskready&hl=th&gl=TH)

[HSKReady App](https://hskready.app/th/app)
